BDZ :: Home - About BD - News - BDZ Club - Dek Bodin - E@Mail
User :
Pwd :
คงสถานะการ Login
Board Index - New Topic - New Vote - Search - Member Rank - Rule & FAQ :: Register! Member Online: 0 - Guests Online: 10  Who Online! (in 5 min.)
หัวข้อ : 3เด็กเก่งน.ศ.แพทย์ศิริราช ไขเทคนิค"เรียนดี" [อ่าน: 7613 | ตอบ: 2] แสดงความคิดเห็น
หน้า: 1
นิลุบล19
เซียนนักโพสต์


Ask: 321
Reply: 705


3เด็กเก่งน.ศ.แพทย์ศิริราช ไขเทคนิค"เรียนดี"    Share
เมื่อ: 09/05/2547 : 17.52น. - IP: 169.210.4.xxx
3เด็กเก่งน.ศ.แพทย์ศิริราช ไขเทคนิค"เรียนดี"

โดย เมทินี อินสอน

หมายเหตุ - คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์นักเรียนที่สอบเข้าแพทย์ศิริราชได้อันดับที่ 1-3 ปีการศึกษา 2547 นี้ ซึ่งทั้ง 3 คนจบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประกอบด้วย อันดับที่ 1 นายจักรพงศ์ รู้ปิติวิริยะ อันดับที่ 2 น.ส.อิสรีย์ หาญอุทัยรัศมี และอันดับที่ 3 นายกฤติน กองเกตุใหญ่

"มติชน" จึงได้สอบถามถึงเทคนิคการเรียนเก่ง มานำเสนอแก่เด็กๆ นักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจ


นายจักรพงศ์ รู้ปิติวิริยะ

"เทคนิคที่ทำให้เรียนดีของผมก็คงเหมือนคนทั่วๆ ไป ไม่ได้ขยันอะไรมากมาย แค่ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอนเวลาอยู่ในห้องเรียน และหาเวลาทบทวนหนังสือ และค้นคว้าเพิ่มเติม ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เวลาอ่านก็เรื่อยๆ แต่ต้องเข้าหัวแล้วจำได้ สมาธิเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการกวดวิชาก็กวดตั้งแต่ชั้น ม.4-6 อย่างไรก็ตาม ตอนเทอมแรกที่ไปกวดวิชาเพราะตามเพื่อน แต่พอกวดวิชาไประยะหนึ่งแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวการเรียนที่ถนัด สำหรับผมถนัดที่จะทบทวนด้วยตัวเองมากกว่า และก่อนสอบก็อย่ากดดันตัวเอง พยายามทำใจให้สบายอย่าเครียด"

"ที่ผมเลือกเรียนแพทย์เพราะเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ มีคนยอมรับนับถือ และได้ช่วยเหลือคนอื่น ผมมองว่าเป็นอาชีพที่ท้าทาย และเป็นอาชีพที่ทำประโยชน์ต่อสังคม แม้ว่าปัจจุบันจะมีการฟ้องร้องแพทย์มากขึ้น แต่ถ้าแพทย์มีจรรยาบรรณในวิชาชีพที่ถูกต้อง ก็คงไม่มีการฟ้องร้อง ผมว่าการเป็นหมอควรเป็นทั้งหมอที่เก่งและดี คือมีความรู้ในวิชาชีพที่ดีและมีจรรยาบรรณด้วย ส่วนเรื่องการใช้ทุนหลังเรียนจบแล้ว ผมคิดว่าการใช้ทุน 3 ปีเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่ดี ได้ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้าน ผมคิดว่าการทำงานใช้ทุนคุ้มค่ากว่าเงินที่ได้รับจากโรงพยาบาลเอกชน ถ้าผมเรียนจบแล้วมีโอกาสก็คงไปทำงานที่ จ.แพร่ ซึ่งเป็นบ้านของผม"

"ผมอยากให้รัฐบาลทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้เต็มประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์ทั้งหมอ พยาบาล และประชาชน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้จำนวนแพทย์ต่อคนไข้ยังไม่พอ เพราะหมอกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวง ไม่ออกไปตามชนบท จึงอยากให้กระจายออกนอกพื้นที่ให้มากกว่านี้ และแพทย์ก็ควรมีจิตสำนึกมากกว่านี้ จริงอยู่ที่รายได้แพทย์ในต่างจังหวัดน้อยกว่า แต่ผมคิดว่าก็พอเลี้ยงชีพได้ ทั้งนี้ สถานีอนามัยตามต่างจังหวัดก็ยังขาดเรื่องทรัพยากร ยารักษาโรค และเครื่องมือแพทย์ จึงอยากให้รัฐบาลนับสนุนมากขึ้นด้วย"

น.ส.อิสรีย์ หาญอุทัยรัศมี

"ส่วนตัวไม่ใช่คนที่เรียนเก่งอะไร อยู่ในห้องเรียนก็ธรรมดา ไม่โดดเด่นอะไร แต่ที่เรียนได้ดีเพราะอ่านหนังสือ โดยอ่านให้ได้ใจความ และทำความเข้าใจ ส่วนใหญ่จะอ่านตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มถึงก่อนเที่ยงคืน และวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนเวลาเรียนถ้าไม่เข้าใจก็ถามเพื่อน อยู่ในห้องก็ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน เราเรียนเป็นกลุ่ม อย่าเครียดกับการสอบ ควบคุมสมาธิของตนเองให้ดีก็จะทำข้อสอบได้ ส่วนเรื่องกวดวิชาก็เคยเรียนในชั้น ม.6 เทอมแรก แต่เรียนแล้วบางวิชาก็ไม่ได้คะแนนดีขึ้น พอเข้าเทอม 2 จึงตัดสินใจไม่เรียน แต่อ่านหนังสือเอาเอง"

"ที่เลือกเรียนแพทย์เพราะอยากประกอบอาชีพนี้ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ช่วยเหลือสังคม ได้บุญ ส่วนตัวมองวิชาชีพนี้เป็นอาชีพที่ทำประโยชน์ต่อสังคม และจำเป็นมาก เพราะปัจจุบันแพทย์ที่จบมามีน้อยกว่าจำนวนประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะการไปเป็นหมอตามต่างจังหวัดถือเป็นเรื่องที่ดี จะได้สัมผัสบรรยากาศอีกอย่างหนึ่ง และเป็นประสบการณ์ที่ดีด้วย"

"สิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยคือ ทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่อง พ.ร.บ.ยา ให้ประชาชนสามารถซื้อยามารับประทานเองได้ถูกต้อง สามารถดูแลตัวเองเท่าที่ทำได้ และมีการตรวจสอบและจัดหาร้านขายยาที่มีคุณภาพจริงๆ ให้กับประชาชน อีกปัญหาคือเรื่องจรรยาบรรณของแพทย์ ควรกระตุ้นให้ตระหนักให้มาก การรักษาไม่เลือกว่ารวยหรือจน ทุกคนต้องมีความเสมอภาคกัน สำหรับเรื่องโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ไม่ควรเหมาจ่ายเป็นรายหัว ควรดูไปตามอาการของโรคมากกว่า ส่วนการแก้ปัญหาที่หมอตามต่างจังหวัดมีน้อย คิดว่าน่าจะเพิ่มหมอให้มากขึ้น"

นายกฤติน กองเกตุใหญ่

"ที่ผ่านมาตั้งใจเรียนอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ชั้น ม.4-6 ส่วนใหญ่ผมจะอาศัยการเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก และอ่านหนังสือวันละ 1-2 ชั่วโมง อ่านก่อนนอน ส่วนการเรียนกวดวิชาก็เคยเรียนตอนชั้น ม.5 ก็ช่วยได้มาก แต่ไม่จำเป็นเท่าที่ควร ที่เลือกเรียนแพทย์เพราะเห็นพ่อแม่ทำงานด้านนี้ จึงคิดที่จะเรียน ส่วนตัวมองวิชาชีพนี้ว่าเป็นอาชีพที่มีความจำเป็นในสังคม เป็นอาชีพที่ดี แม้ปัจจุบันอาจมีการฟ้องร้องแพทย์กันมาก แต่คิดว่ายังเป็นอาชีพที่สำคัญอยู่ และต้องผลิตเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาที่บัณฑิตแพทย์เรียนจบแล้วไม่ทำงานใช้ทุนนั้น คิดว่าเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ก็ดูจะเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัวไป อย่างไรก็ตาม ทุกสังคมต้องมีทั้งคนดีและไม่ดีอยู่แล้ว แต่การหาคนไม่ดีหาง่ายกว่า ส่วนเรื่องที่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในวิชาชีพนี้ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว"


Share    อ้างถึง :: แจ้งลบกระทู้นี้ :: ขึ้นข้างบน
Paosanto
ผู้มาเยือน


ความคิดเห็นที่: 1
เมื่อ: 09/05/2547 : 20.05น. - IP: 203.150.193.xxx
อยากเข้าๆ
ตอนนี้อ่านหนังสืออย่างหนัก
โดนพี่บังคับอ่านเตรียมเอ็นว์ตั้งแต่ ม.4 เลย



T_T
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
..............
ผู้มาเยือน


ความคิดเห็นที่: 2
เมื่อ: 10/05/2547 : 16.04น. - IP: 203.113.33.xxx
เฮ้ย!!!คนแรกอ่ะเพื่อนพี่ชายเรานี่หว่า เก่งโคดๆอ่ะ
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
หน้า: 1

ฉ Copyright 2003 Bodindecha (Sing Singhaseni) School, All rights reserved.
Developed by : BDZ Team - Credits!