BDZ :: Home - About BD - News - BDZ Club - Dek Bodin - E@Mail
User :
Pwd :
คงสถานะการ Login
Board Index - New Topic - New Vote - Search - Member Rank - Rule & FAQ :: Register! Member Online: 0 - Guests Online: 10  Who Online! (in 5 min.)
หัวข้อ : ดู แดจังกึม กันบ้างรึป่าว [อ่าน: 825 | ตอบ: 25] แสดงความคิดเห็น
หน้า: 1
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ดู แดจังกึม กันบ้างรึป่าว    Share
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.15น. - IP: 58.9.2.xxx

ตอนนี้ละครซีรีย์ดังและมาแรงคงหนีไม่พ้นเรื่อง แดจังกึมแน่นอน เลยอยากรู้ว่าชาวบดินทรโซนมีความคิดเห็นอย่างไรกับซีรีย์เรื่องนี้บ้าง

***เราชอบมากเลย***

Share    อ้างถึง :: แจ้งลบกระทู้นี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 1
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.21น. - IP: 58.9.2.xxx
...
Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 2
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.21น. - IP: 58.9.2.xxx

มีรูปมาห้ายดู

Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 3
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.26น. - IP: 58.9.2.xxx

Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
5+-5+- [38]
พี่ใหญ่ชอบตอบ


Ask: 29
Reply: 740


ความคิดเห็นที่: 4
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.36น. - IP: 58.9.40.xxx

หนุกมากๆ แดจังกึม ตอนเด็กน่ารัก โตมาแล้ว สวย อิๆ

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
:::[Q]oo::: [38]
เซียนนักโพสต์


Ask: 34
Reply: 1739


ความคิดเห็นที่: 5
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.39น. - IP: 58.9.29.xxx

อื้มๆหนุกนะ แต่ไม่ค่อยได้ดู     จังกึมน่ารักดี

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
kokopink
นักโพสต์ขั้นเทพ


Ask: 2
Reply: 2227


ความคิดเห็นที่: 6
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.42น. - IP: 58.9.15.xxx

ดูจิ สนุกมากเลย จำหน้าแทบไม่ได้

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 7
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.54น. - IP: 58.9.2.xxx
Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
'but i'm a creep [39]
นักโพสต์ขั้นเทพ


Ask: 17
Reply: 2676


ความคิดเห็นที่: 8
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.56น. - IP: 58.9.19.xxx

เคยดูอะ

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 9
เมื่อ: 18/12/2548 : 13.56น. - IP: 58.9.2.xxx

แค่นี้ก่อนเนอะ

Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
A L O N E [39]
เซียนนักโพสต์


Ask: 0
Reply: 1774


ความคิดเห็นที่: 10
เมื่อ: 18/12/2548 : 14.27น. - IP: 58.9.2.xxx

อีกรูปละกัน

Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
MooKky [38]
นักโพสต์ขั้นเทพ


Ask: 33
Reply: 3426


ความคิดเห็นที่: 11
เมื่อ: 18/12/2548 : 14.43น. - IP: 61.91.97.xxx
อืมๆๆๆๆๆ ก็ดูบ้างอ่านะ หนุกดี
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
`+$€xY_Jr.Z:.~ [39]
นักโพสต์ขั้นเทพ


Ask: 210
Reply: 13583


ความคิดเห็นที่: 12
เมื่อ: 18/12/2548 : 20.45น. - IP: 58.8.188.xxx
    ไม่ได้ดูอ่า
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
~[OnEWaN-SwEeTz]~ [36]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 19
Reply: 393


ความคิดเห็นที่: 13
เมื่อ: 18/12/2548 : 20.47น. - IP: 58.10.137.xxx
ชอบมากๆๆ
Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
~[OnEWaN-SwEeTz]~ [36]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 19
Reply: 393


ความคิดเห็นที่: 14
เมื่อ: 18/12/2548 : 20.49น. - IP: 58.10.137.xxx

แดจังกึม บุคคลผู้เป็นตำนาน .....

แต่ละประเทศมักมีประวัติวัฒนธรรมที่แตกต่าง ก่อเกิดบุคคลที่เป็นตำนานมากมาย และ แดจังกึม ก็คือสตรีเลื่องชื่อของประเทศเกาหลี....

ประเทศเกาหลีในสมัยก่อน ราชวงศ์ โชซอน ถือเป็นยุคแห่งความรุ่งเรือง

ปี 1392 นายพล ลี ซอง เกย สถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้า แท โจ สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์หมิงของจีน เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน และนางเอกของเรา ซอ จังกึม เกิดในอีก 10 รัชกาลถัดมา คือสมัยพระเจ้า ยอนซัน ตอนนั้นสตรีมีฐานะต่ำต้อย แต่เธอมีความกล้าหาญและมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรค จนกลายเป็นแม่ครัวมือหนึ่งของวังหลวง ซ้ำยังเป็นแพทย์หญิงคนแรกของเกาหลี ที่ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองจนชำนาญ รับหน้าที่เป็นทั้งแพทย์และผู้ปรุงอาหารในวังหลวง จนเป็นที่ยกย่อง




ภาษาเกาหลี .....

เกาหลีในสมัยโบราณ รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากจีนมากมาย เช่นอักษรที่จารึก เกาหลีไม่เคยมีอักษรที่เป็นของตัวเอง จึงต้องใช้อักษรฮั่นของจีน คนธรรมดากว่าจะเรียนรู้ได้ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ชนชั้นสูง มีทั้งเวลาและเงินทองย่อมเรียนรู้ได้ง่าย ส่วนผู้หญิง อย่าหวังได้ศึกษาเด็ดขาด

จนถึงรัชกาลพระเจ้า เซ จง ในปี 1397 มีรับสั่งให้ประดิษฐ์พยัญชนะเกาหลี 24 ตัวอักษรขึ้น เพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ ทำให้ชาวบ้านทั่วไปมีโอกาสศึกษาเล่าเรียน สมัยนั้นชนชั้นสูงและเหล่าบัณฑิต ต่างมองว่าภาษาเกาหลีเป็นภาษาที่ต่ำต้อย จึงไม่ยอมใช้ จนถึงศตวรรษที่ 20 จึงได้ยอมรับอย่างเป็นทางการ




มีดเงินอิ๋งจวง .....

สาว ๆ สมัยนี้ถ้าจะป้องกันตัว ไม่ให้ถูกลวนลาม เราอาจจะมีสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า แต่สำหรับเกาหลีนั้น มีของอย่างหนึ่งเรียกว่า มีดเงินอิ๋งจวง....ซึ่งมี 2 ขนาด ขนาดใหญ่ประมาณ 15 เซนติเมตร ขนาดเล็ก 9 เซนติเมตร ผลิตจากเงินและเหล็กผสมผสาน ข้างในมีตะเกียบเล็ก ๆ หนึ่งคู่ เผื่อกินข้าวอยู่ข้างนอกจะได้มีพร้อมทุกเวลา อีกทั้งยังใช้ทดสอบว่าอาหารนั้นมีพิษหรือไม่....

นอกจาก เป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งแล้ว สำคัญคือมีไว้ป้องกันตัว ถึงคราวคับขันจริง ๆ พวกเธอจะใช้มีดฆ่าตัวตาย ใช้ชีวิต ป้องกันศักดิ์ศรีตัวเองไว้




สวรรค์ดับสูญ .....

ชาวเกาหลีชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของจีน และจดบันทึกไว้ เช่นในซีรีย์เรื่องนี้จะปรากฎรหัสคำว่า สวรรค์ดับสูญ ที่มานั้นมาจากกลุ่มกบฎโพกผ้าเหลืองในสมัย ตงฮั่น เป็นการรวมกลุ่มชาวนาต่อต้านทางการจีนในสมัยนั้นที่ไม่พอใจการปกครอง โดยมีผู้นำชื่อว่า จางเจี่ยว ปลุกระดมราษฎรหลายแสนคนให้แข็งข้อ โดยใช้รหัสว่า สวรรค์ดับสูญ ฟ้าสีทองผ่องพรรณ

แม้การปฏิวัติในคราวนั้นจะล้มเหลว แต่ก็มีผลกระทบในวงกว้าง....

ซึ่งรัชกาลที่สิบของเกาหลีคือพระเจ้า ยอนซัน มีพระเชษฐานามว่า ชินซอง เมื่อพระเจ้ายอนซันถูกปลด เหล่าขุนนางจึงทูลเชิญให้เจ้าชาย ซินซอง ขึ้นครองราชย์ต่อ ขนานนามว่าพระเจ้า จุงจง รหัสในการปฎิวัติครั้งนั้นก็คือ สวรรค์ดับสูญ ฟ้าสีทองผ่องพรรณ




นางกำนัล .....

นางกำนัล ก็คือ หญิงรับใช้ในวังหลวง มีแบ่งเป็น นางใน กับ ซังกุง

หน้าที่ของนางใน ก็คือดูแลเรื่องเครื่องเสวยต่างๆ....

เด็กหญิงที่ถูกส่งเข้าวัง จะเริ่มเรียนรู้ขนบประเพณีเมื่ออายุ 7-8 ขวบ อยู่ครบ 15 ปีจะได้เลื่อนเป็นนางใน

จากนั้น ไปอีก 15 ปีก็จะได้เป็นข้าหลวง ภาษาเกาหลีเรียกว่า ซังกุง

แต่ระหว่างนั้นต้องมีการทดสอบและแข่งขันรุนแรง ใครได้เป็น ซังกุง ก็จะมีอิทธิพลมากขึ้น แน่นอนว่าตำแหน่งนี้ย่อมมีอภิสิทธิ์บางอย่าง เช่นนอกจากมีห้องส่วนตัวแล้ว ยังมีนางกำนัลคอยรับใช้ และเป้าหมายของนางกำนัลเหล่านี้ ก็คือเป็นซังกุงในวันหน้า




ประเภทของ ซังกุง .....

นางกำนัลของเกาหลีมีแบ่งหลายระดับ

ระดับสูงสุดคือ ซังกุงปกครอง มีหน้าที่ดูแลตรวจตราทุกอย่างในวังหลวง

ถัดมาก็คือ รองซังกุงปกครอง

ซังกุงรับบัญชา
ซังกุงพี่เลี้ยง
ซังกุงสาวใช้
และ ทุกแผนกก็จะมีหัวหน้าซังกุงอีกคนคอยกำกับดูแล

ในวังของเกาหลี มีนางกำนัลประมาณ 600 คน

การจะเป็นซังกุงได้นั้น นอกจากมีประสบการณ์และผลงานโดดเด่นแล้ว ยังต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เพราะพวกเธอมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่พระราชา ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องออกจากวัง ให้คนอื่นมาเป็นแทน ผู้ที่เป็นซังกุงในระดับสูง แม้ป่วยก็บอกใครไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องให้คนสนิท หรือญาติพี่น้องมาทำงานแทน ถึงรักษาอำนาจของตนให้คงอยู่ไว้ได้




เครื่องเสวย .....

เครื่องเสวยของพระเจ้าเกาหลีนั้น จะมีอาหาร 12 อย่าง บวกกับหม้อไฟ น้ำแกง นอกจากดูอลังการณ์แล้ว ยังแฝงความนัยไว้ด้วย

คุณผู้ชมอยากทราบหรือไม่....?

ทุกปีราษฎรจะต้องถวายผลิตผลที่ดีที่สุดทางการเกษตร ล่าสัตว์และประมง มาเป็นเครื่องบรรณาการยังวังหลวง เพื่อที่ว่า พระราชาได้เห็นของเหล่านี้ จะรู้ว่าราษฎรกินดีอยู่ดีหรือไม่ เช่นว่า ถ้าอาหารรสเลิศ แสดงว่าบ้านเมืองร่มเย็น แต่ถ้าอาหารลดปริมาณลงหรือวัตถุดิบเปลี่ยนไป แสดงว่าแหล่งเพาะปลูกนั้น ๆ เกิดปัญหาหรือมีภัยธรรมชาติ




ไก่ทอง .....

ในเรื่อง แด จังกึม จะมีไก่ประเภทหนึ่ง เรียกว่า ไก่ทอง แต่ความจริงแล้ว มันคือ ไก่ทองพุงแดง เป็นสัตว์ปีกชนิดหนึ่ง อยู่ในแถบ เหอหนาน เสฉวน และ กวางสี ของจีน ปัจจุบันเป็นสัตว์อนุรักษ์ด้วย แต่ว่า คนสมัยก่อนจับไก่ทองไว้ไม่ใช่เพื่อรับประทาน แต่ต้องการนำขนมาทำเครื่องประดับมากกว่า

จริง ๆ แล้วประเทศเกาหลีก็มีไก่ป่าหลายพันธุ์ มีประเภทหนึ่งเรียกว่า ไก่จื้อ แต่สมัยก่อนฮองเฮาของฮ่องเต้ เล่าปัง มีนามว่า หลี่จื้อ ชาวบ้านไม่กล้าเชือด ไก่จื้อ เกรงจะลบหลู่ฮองเฮา เลยเปลี่ยนชื่อเป็นไก่ป่านับแต่นั้น ชาวเกาหลีทานไก่ป่ามีกำหนดเวลา จากเดือน 8 ของทุกปีถึงเดือน 2 ปีหน้า นอกนั้นเนื้อไก่อาจมีสารพิษ ทำให้เสียรสชาติ




สมุนไพร .....

วิชาแพทย์ของเกาหลีก็ต้องพึ่งการแพทย์ของจีน ทำให้ยาจีนแพร่หลายเข้าสู่เกาหลีด้วย แต่โดยสภาพภูมิประเทศของเกาหลีเอง ก็เหมาะสำหรับปลุกสมุนไพรหลายอย่าง เช่นโสมกับต้น ตงฉง กลายเป็นสมุนไพรล้ำค่า ที่เกาหลีมักถวายเป็นเครื่องบรรณาการแด่เมืองจีน

แต่สูตรยาจีนมีมากมาย บางชนิดไม่มีในเกาหลี บางครั้งพระราชาเกาหลีก็ต้องส่งคนไปภาคกลาง สรรหาเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพร เพื่อนำกลับมาปลูกเอง ถ้าปลูกไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องอาศัยพ่อค้านำเข้า ทำให้เรียกราคาได้สูง สร้างกำรี้กำไรไปตามกัน

แต่ ณ. ปัจจุบันนี้ เกาหลีส่งออกยาจีนเป็นล่ำเป็นสัน ทุกปีจะมีจัดนิทรรศการสมุนไพรที่เมือง แดจอน และ แดคู




เครื่องแต่งกาย .....

เครื่องแต่งกายของชาวเกาหลีมักเป็นชุดยาว คือ ยาวทั้งเสื้อและกางเกง หากเป็นฤดูหนาวหรือมีพิธีสำคัญก็จะมีเสื้อคลุมยาวอีกตัว

จากภาพเขียนในสุสานของราชวงศ์ โครยอ เห็นได้ว่าชุดประจำชาติเหล่านี้ มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4 ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เครื่องแต่งกายของชาวเกาหลีอาจมีเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่นในราชวงศ์ โชซอน ผู้หญิงจะใส่เสื้อที่ลำตัวสั้น หากแต่ท่อนล่างยาวกรุยกราย แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนยังไง ก็ไม่พ้นชุดยาวที่ใส่คลุมทั้งตัว เพื่อให้เข้ากับความเคยชินในการนั่งพื้นของชาวเกาหลีนั่นเอง

ฉะนั้นไม่ว่าเป็น ชุดขุนนาง ชุดลำลอง หรือ ชุดทางการ รูปแบบจะคล้ายกันมาก




ที่มาของ หมั่นโถว .....

หมั่นโถวที่เราทาน ก็คือทำจากแป้งหมี่นึ่งให้ร้อนก็ทานได้ แต่สมัยก่อน คำว่า หมั่นโถว หมายรวมถึงซาละเปากับเกี๊ยวด้วย และนี่ก็เรียกเป็นหมั่นโถวได้เช่นกัน

จากตำนานสามก๊กของจีนในอดีต หมั่นโถวเกิดจากสมัยที่ ขงเบ้ง จะไปตีชนเผ่า หนานหมาน จับตัว เมิ่งฮู่ ได้ ขากลับเจอมรสุม เมิ่งฮู่บอกว่าเพราะทหารที่ถูกฆ่ามารังควาน ต้องใช้หัวคน 49 หัวเซ่นไหว้แม่น้ำ แต่ขงเบ้งไม่ต้องการฆ่าคน จึงเอาแป้งหมี่มาทำเป็นเปลือก ยัดไส้ด้วยเนื้อหมู สมมุติเป็นหัวคน 49 หัว....

ตอนนั้นเรียกว่า หมานโถว
แปลว่า หัวของชาว หนานหมาน นานเข้าก็แผลงเป็น หมั่นโถว




ห้องอุปกรณ์ .....

ถ้าใครเคยมาทานอาหารที่ประเทศเกาหลี จะพบเครื่องใช้ที่ทำจากทอง หรือไม่ก็เงินเป็นส่วนใหญ่ ที่แท้ค่านิยมแบบนี้มาจากในวังโบราณนั่นเอง

สมัยก่อนในวังเกาหลี จะมีหน่วยงานเฉพาะดูแลพวกเครื่องทอง เครื่องเงิน และโลหะต่าง ๆ เรียกว่า ห้องอุปกรณ์ ที่นิยมใช้เครื่องเงินในการกินข้าว เพื่อป้องกันการวางยาพิษ เพราะพวกเขายังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารมากนัก โดยเฉพาะด้านเชื้อโรคต่าง ๆ บางส่วนโดนเครื่องเงินเข้าจะกลายเป็นสีดำ จึงกลายเป็นความนิยมที่จะทานข้าวด้วยช้อนหรือตะเกียบที่ทำจากเงิน แต่ยาพิษมีตั้งร้อยแปด




ห้อง ใน วังหลวง .....

นางกำนัลในวังหลวง ต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเอง และสถานที่ทำงานก็มีชื่อเรียกที่แตกต่าง เช่น สถานที่หุงข้าวเรียกว่า ห้องซูชิ ห้องปอกผลไม้เรียกว่า ห้องผลไม้ ห้องตัดเย็บเสื้อผ้ามี ห้องปัก กับ ห้องเย็บ ส่วนที่ปรุงอาหารมีแบ่งครัวในกับครัวนอก อาหารที่ปรุงเสร็จต้องส่งไปที่ ห้องลำเลียง แล้วค่อยนำขึ้นถวายพระราชาอีกที

คนที่เป็นนางกำนัลห้องเครื่อง หากได้ทำงานในครัวจะถือเป็นเกียรติอย่างสูง แต่ ห้องลำเลียง ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเครื่องคาวหวานที่เสวยไม่หมดจะถูกส่งกลับมายังห้องลำเลียง พอบรรดาซังกุงเห็นเข้า จะรู้ว่าโปรดหรือไม่โปรดอะไร วันหลังทำใหม่จะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น




สรรพคุณของ โสม .....

โสมถูกขนานนามว่าเป็นยาเทวดามาแต่โบราณ และ เกาหลี ก็เป็นดินแดนที่อุดมด้วยโสม กล่าวกันว่า 2 พันปีที่แล้ว ชาวเกาหลีเริ่มรู้จักการปลูกต้นโสม โสมในอดีตจะนิยมสีขาว จนเมื่อ 800 ปีที่แล้ว จึงมีโสมแดงปรากฎ

สมัยก่อนโสมแพงยิ่งกว่าทองคำอีก ต่อให้ยากจนแค่ไหน ชาวบ้านทุกครัวเรือนก็ต้องมีโสมไว้บำรุง โดยเฉพาะอาหารในวังนั้น ยิ่งต้องใช้โสมเป็นส่วนประกอบ เพราะมีสรรพคุณในการแก้เหนื่อยล้า เพิ่มภูมิต้านทาน บำรุงโลหิต บวกกับตัวยาอื่น ๆ ยิ่งทำให้สรรพคุณดีเลิศมากขึ้น แต่นอกจากอาหารแล้ว การใช้ยาพิษของชาวเกาหลี ก็นิยมผสมด้วยโสม เพื่อให้พิษออกฤทธิ์เร็วขึ้น




เนื้อวัว อาหารชั้นสูง .....

คนเกาหลีสมัยก่อนแทบไม่เคยทานเนื้อวัวเลย เพราะเนื้อวัวในอดีต ถือเป็นของชั้นสูง

จากบันทึกของประวัติศาสตร์เกาหลี พระเจ้ายอนซันโปรดเสวยเนื้อวัวเป็นที่สุด รับสั่งให้เชือดวันละ 7 ตัว เพื่อส่งเข้าวัง แสดงให้เห็นว่าเป็นอาหารชั้นสูง แต่ชาวบ้านธรรมดา ถ้าจะได้กินเนื้อส่วนใหญ่มาจากสัตว์ป่ามากกว่า เพราะสมัยก่อนเลี้ยงสัตว์มีน้อย ส่วนใหญ่จะใช้การล่าเอา สิ่งที่ชาวบ้านกินจึงเป็นหมูป่าไก่ป่า ถ้าใครอยากกินเนื้อก็ต้องสร้างผลงาน จนได้รับพระราชทานลงมา




บทบาทของเกลือ .....

สมัยอดีตเกลือมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีในการผลิตเกลือ แต่ต้องใช้เกลือจำนวนมาก ได้แก่การปรุงอาหาร รักษาบาดแผลและปรุงยา

แม้แต่การหมักอาหารก็ต้องใช้เกลือเพราะเกลือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต หลายประเทศในอดีตจึงมีการเก็บส่วยเกลือขึ้น

ในซีรี่ย์เรื่องนี้ พี่ชายของ แชซังกุง เป็นพ่อค้าเกลือที่ขายให้วังหลวง เขาจึงอยากให้ญาติตัวเองมีอำนาจสั่งการในห้องเครื่อง เพื่อเป็นรากฐานให้เขาได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง




หม้อไฟเกาหลี .....

ถ้าใครเคยมาเที่ยวเกาหลี จะรู้ว่าหม้อไฟของเกาหลีนั้น เป็นวัฒนธรรมการกินที่แพร่หลายอย่างหนึ่ง เพราะคนสมัยก่อนอยู่ได้ด้วยการล่าสัตว์ อาหารจึงเป็นพวก กระต่ายป่า หมูป่า เป็นต้น

เทียบกับเดี๋ยวนี้ สบายขึ้นเยอะ เพราะหม้อไฟมีให้เลือกทั้ง เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู เป็นต้น

ที่มาของสุกี้เกาหลีก็มีตำนานเหมือนกัน สมัยก่อนพอทหารสู้รบเสร็จ ก็ถอดหมวกแล้วหงายขึ้น ใส่น้ำซุปลงไปเติมผักต่างๆ แล่เนื้อบางๆ อังอยู่ขอบหมวก เพียงแค่นี้ก็ทานได้แล้ว

วิธีการปรุงแบบนี้ ไม่เพียงชาวบ้านนิยม แม้แต่คนในวังรู้ ก็พลอยนิยมตาม




เต่าหญ้า .....

เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารที่เป็นยา ถ้าใช้ เทียนหม่า 5 เซน บวกกับ สือ เจี๊ยะหมิง ต้มเป็นน้ำแกง เทียนหม่าเต่าหญ้า ทานแล้วจะเสริมสร้างธาตุหยางให้แข็งแกร่ง

และถ้าใส่ ไป่เหอ พุทราจีนลงไป เป็นซุป เต่าหญ้าพุทราจีน
ทานแล้วจะช่วยแก้โรคนอนไม่หลับได้ดี....




เหล็กในผึ้ง .....

เหล็กในของผึ้งมีพิษ บางชนิดมีพิษร้ายแรง ถ้าใครถูกต่อยแล้วไม่รักษาทันควัน อาจทำให้ถึงตายได้ แต่หมอในสมัยก่อน กลับใช้เหล็กในของผึ้งในการรักษาคน ตำราแพทย์มีเขียนไว้ ใช้พิษต้านพิษ ถ้าร่างกายของเรามีพิษอยู่ ก็ใช้เหล็กในของผึ้งที่มีพิษ บวกกับการฝังเข็มแบบจีนในการรักษา

แต่การรักษาแบบนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง ถ้าหมอคนนั้นไม่มีความชำนาญ อันตรายก็ยังมีอยู่ ตำราแพทย์ในอดีตก็ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับวิธีรักษาด้วยเหล็กในผึ้ง ใช้ส่งเดชก็ไม่รับรองผล




ข้าวเกาหลี .....

การบริโภคของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะมีข้าวเป็นหลัก แต่ว่า ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา จะไม่ได้กินข้าวทุกมื้อ ส่วนใหญ่จะกินเศษข้าวหรือข้าวเปลือก ถ้าเป็นข้าวสาร ต้องรอถึงวันเกิดหรือมีงานฉลองพิเศษถึงจะได้กิน

ชาวเกาหลี แม้จะกินข้าวเหมือนกัน แต่ด้วยฐานะยศศักดิ์ทำให้มีการแบ่งแยก

ข้าวที่พระราชาเสวยเรียกว่า ซูชิ

ข้าวที่ผู้ใหญ่กินเรียกว่า ชินแจ

ชาวเกาหลีในอดีตมีธรรมเนียมว่า หากมีญาติพี่น้องเดินทางไกล ทุกมื้อที่กินข้าว จะวางข้าวหนึ่งชามไว้ที่ตำแหน่งของเขา เพื่อแสดงให้รุ้ว่า คนที่บ้านยังห่วงและเอาใจช่วยอยู่ รวมทั้งขอให้เดินทางปลอดภัย




การเสวยของพระราชาเกาหลี .....

การเสวยของพระราชาเกาหลี จะมีข้าวสองชาม ชามหนึ่งเป็นข้าวธรรมดา ส่วนอีกชามเป็นข้าวผสมข้าวเหนียว แล้วหุงด้วยน้ำถั่วแดงอีกที เพราะเชื่อว่าการกินข้าวแดง จะช่วยสะเดาะเคราะห์ให้พ้นภัย

แต่จากที่ประวัติศาสตร์จารึก ในราชวงศ์ โซซอน มีพระเจ้า คองจง กับ ซองโจ ที่แม้จะมีข้าวสองชามอยู่หน้าพระพักตร์ ก็จะเสวยแต่ข้าวสวย

สมัยก่อนพระราชาเกาหลีจะเสวยวันละ 5 มื้อ มื้อเช้าที่สุดก็ประมาณ ตี 5 ตี 6 เรียกว่า มื้อรุ่งอรุณ

ส่วนมื้อเช้าก็ไปโน่นเลย สิบโมงเช้า
ต่อด้วยมื้อเที่ยง มือเย็น และสุดท้ายคือมื้อดึก

ส่วนใหญ่ก็เป็นผลไม้ ขนมหวานหรือเกี๊ยว




ธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรระวัง .....

การอยู่กับผู้ใหญ่ มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรระวัง
เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมาถึงทุกวันนี้

เช่น เวลาดื่มเหล้า เด็กต้องหันหลังให้ผู้ใหญ่ ห้ามดื่มซึ่งหน้า




ตำหนักแทเพียง .....

ในสมัยราชวงศ์ โชซอน มีสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งเรียกว่า ตำหนักแทเพียง เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญ เนื่องจากจีนกับเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เกาหลีรู้ว่าจีนเป็นประเทศใหญ่ จึงให้ความยำเกรงและสวามิภักดิ์ ส่วนจีนก็เป็นมิตรที่ดีกับเกาหลี เพื่อป้องกันการรุกรานของต่างเผ่า

แม้ว่า ขุนนางที่จีนส่งมาจะไม่ใช่ตำแหน่งสูง แต่พระราชาเกาหลีก็ให้การต้อนรับอย่างดี บางครั้งถึงขนาดเสด็จออกรับด้วยพระองค์เอง ถ้าทูตคนนั้นจะไปไหน ขุนนางท้องที่ก็ต้องดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

ฉะนั้น ทุกครั้งที่มีทูตจีนมาพัก เกาหลีจะส่งนางกำนัลที่มีประสบการณ์ มาดูแลเรื่องอาหารการกิน




การปรุงอาหารเกาหลี .....

พูดถึงอาหารเกาหลี หลายท่านคงนึกถึงความเผ็ด ความจริงสมัยก่อน การปรุงอาหารของเกาหลีไม่นิยมใช้เครื่องปรุงรสมากนัก และพริกก็เพิ่งแพร่หลายเมื่อศตวรรษที่ 16 ผ่านโปรตุเกส สเปนเข้ามาทางญี่ปุ่น คนโบราณของเกาหลีคิดว่า อาหารนอกจากทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังมีผลด้านการบำรุง อาหารกับการแพทย์มาจากแหล่งเดียวกัน พืชผักทุกชนิดล้วนมีสรรพคุณทางยา ใช้รักษาโรคภัยและบำรุงร่างกาย

ในวังหลวงยิ่งมีแพทย์ทางโภชนาการดูแลเรื่องอาหารการกิน โดยดูจากพระพลานามัยของพระราชา หยินและหยาง 5 ธาตุ ปรับเป็นสูตรอาหาร 5 รส บางครั้งก็ให้งดของแสลง เพื่อป้องกันโรคภัย ทำให้นางกำนัลต้องพลอยมีความรู้ด้านนี้ไปด้วย นอกจากเน้นความอร่อยแล้ว สุขภาพของพระราชาก็เป็นสิ่งสำคัญ




งานเลี้ยงวังหลวง .....

อาหารของพระราชาเรียกว่าเครื่องเสวย แต่ถ้าเป็นงานใหญ่ก็จะเรียกว่า งานเลี้ยงวังหลวง

แล้วงานเลี้ยงวังหลวงจะจัดเมื่อไหร่หรือ ส่วนใหญ่จะเป็นวันประสูติของพระราชา มเหสี หรือ พระพันปี ครบสี่รอบ ห้ารอบ หรือ 55 66 ชันษา หรือ ได้รับปูนบำเหน็จจากเมืองจีนถึงมีการจัดขึ้น

โดยมากเหล่าขุนนางจะเป็นฝ่ายทูลเสนอก่อน แล้วให้มีราชโองการลงมาให้จัด

ส่วนพระราชาก็จะแกล้งทำอิดออดเล็กน้อยจากนั้นก็อนุญาต ทันทีที่มีงานเลี้ยงแบบนี้ ก็ต้องมีขุนนางที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ เพื่อตระเตรียมเกี่ยวกับพิธีการด้านต่างๆ ทั้งอาหารและความบันเทิง

จัดงานแต่ละครั้งใช้เวลาหลายเดือน ทำเอาใครต่อใครวิ่งวุ่นไปหมด




ข้าวศิลา .....

เกาหลีมีของกินอร่อยหลายอย่าง เช่น ข้าวศิลา ซึ่งแบ่งได้หลายประเภท

ประเภทหนึ่งเรียกว่า ข้าวลายคราม ใช้เนื้อวัวและผักสด ใส่ในชามหินที่เผาจนร้อน แล้วคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อร่อยมาก

ชามหินชนิดนี้ทำจากถ่านหินภูเขาไฟ กล่าวกันว่าด้วยแร่ธาตุของธรรมชาติ จะทำให้ข้าวที่หุงออกมาอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ข้าวชนิดนี้ไม่ต้องอาศัยเครื่องเคียงใด ๆ อีก เพราะว่า ทุกอย่างได้รวมอยู่ในชามข้าวหมดแล้ว แค่เติมน้ำมันงาเล็กน้อย เอาช้อนคลุก ๆ ก็ทานได้

สมัยก่อนหญิงเกาหลีมีฐานะต่ำต้อย ผู้ชายกินข้าวได้ แต่ ผู้หญิง ต้องกินแต่ข้าวที่ไหม้เกรียม ให้เทน้ำชาลงไปแล้วขูดเอาข้าวก้นหม้อมากิน เค้าว่าบำรุงนัก




อาหารในวังหลวง .....

อาหารในวังหลวง นอกจากมีนางกำนัลคอยดูแลแล้ว บางส่วนก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หมายถึงใครหรือ ก็คือพ่อครัวมืออาชีพ ที่ชำนาญเรื่องอาหาร แต่ ต้องให้วังหลวงเรียกตัวก่อนนะ

กว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ ก็ต้องศึกษาจากรุ่นพี่ ทำอาหารไม่ต่ำกว่า 20 ปี ถึงเข้าวังปรุงให้พระราชาเสวยได้ ไม่เกี่ยงว่าเป็นชายหรือหญิง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากกว่า เพราะวัตถุดิบบางอย่าง ผู้หญิงทำลำบาก เช่นว่า การล้มวัวซักตัว เพื่อเอากระดูกมาทำน้ำแกง หากเป็นผู้หญิงคงไม่ไหวน่ะ

อีกกรณี ที่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญก็คือ นางกำนัลต้องปรุงอาหารที่ไม่เคยทำมาก่อน

แต่ปกติถ้าไม่มีพระบัญชา ผู้เชี่ยวชาญก็ต้องพึ่งตัวเอง




กิมจิ .....

อาหารเกาหลีต้องคู่กับกิมจิ เหมือนอาหารอินเดียจะต้องใส่ผงกระหรี่

สมัยก่อน หน้าหนาวที่หนาวเหน็บ จะไม่มีผักสดให้บริโภค บางคนจึงคิดวิธีเอาผักมาดองไว้ แล้วเก็บรักษาไว้ในหม้อดิน ทำให้มีผักกินอยู่ตลอดเวลาไม่เกี่ยงฤดูกาล....

จนถึงเดี๋ยวนี้ อาหารทุกมื้อของชาวเกาหลี จะต้องมีผักดองมาเป็นเครื่องแกล้ม

และทุกปี ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับผักดองมากมาย
บางคนก็เอา หัวไชเท้า ต้นหอม และ แตงกวา ทำเป็นผักดองชนิดต่าง ๆ

อีกอย่างที่สำคัญ ผู้หญิงเกาหลี ถ้าทำผักดองไม่อร่อยละก้อ จะถูกญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงดูถูกได้




คำศัพท์เฉพาะในราชสำนัก .....

ในราชสำนักเกาหลี จะมีศัพท์เฉพาะ เช่น

ข้าว . . . . . . . . . . เรียกว่า ซูชิ
ซอส . . . . . . . . . . เรียกว่า จอ จิ
หัวไชเท้าดอง . . . เรียกว่า ซอง ซอง ยี
สาหร่าย . . . . . . . เรียกว่า แฮแท

ถ้าจะถามพระราชาว่าเสวยข้าวมั้ย จะพูดว่า ฝ่าบาท ซูชิมั้ยเพคะ

พูดถึงซูชิ ในวังจะมีห้องหุงข้าวโดยเฉพาะ เรียกว่าห้อง ซูชิ

ทุกครั้งที่หุงข้าว จะใช้เตาเล็ก ๆ เผาถ่านให้แดง แล้ววางหม้อหุงข้าวใบเล็กลงไป

ซึ่งหม้อใบนี้จะหุงข้าวได้เพียง 2 ชามเท่านั้น

ความจริงแล้ว ข้าวที่นำขึ้นถวายก็แค่ทำพอเป็นพิธี ต้องวางให้สูง ดูเด่นเป็นสง่า

และปกติ ชามข้าวจะใหญ่กว่าชามน้ำแกงด้วย




ห้องเครื่องปรุง .....

บรรดาแม่บ้านทั้งหลายชอบเอาเครื่องปรุงรสไปแอบไว้ข้างครัว

แต่สำหรับ ราชวงศ์โชซอนแล้ว แค่ที่วางเครื่องปรุงรสอย่างเดียว จะต้องใช้ห้องใหญ่ถึงหนึ่งห้อง

ห้องนี้เรียกว่า ห้องเครื่องปรุง
ต้องเป็นที่ ๆ แดดส่องถึง อากาศถ่ายเทสะดวก

มี ซังกุง หนึ่งคน และ นางกำนัลอีกหนึ่งคน คอยดูแล คนนอกห้ามเข้ามายุ่มย่าม

โดยทั่วไปเครื่องปรุงจะแบ่งเป็นของสด ค้าง และ เครื่องปรุงหมัก

ยิ่งเก็บไว้นานวัน สีของเครื่องปรุงก็ยิ่งเข้มข้น ทำให้กลิ่นยิ่งโชยหนัก

เพราะมีเครื่องปรุงเหล่านี้ อาหารถึงมีรสชาติแตกต่าง
นางเอกของเราทำอาหารเก่ง ก็เพราะพวกนี้ล่ะ

 

เอามาฝากสำหรับคนที่ชอบ

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
~[OnEWaN-SwEeTz]~ [36]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 19
Reply: 393


ความคิดเห็นที่: 15
เมื่อ: 18/12/2548 : 20.50น. - IP: 58.10.137.xxx
Attach File:
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
n-o-t-o [36]
น้องเล็กช่างจ้อ


Ask: 0
Reply: 83


ความคิดเห็นที่: 16
เมื่อ: 18/12/2548 : 21.03น. - IP: 125.24.3.xxx

ดูบ้าง ไม่ดูบ้างอะ

แต่หนุกดี

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
Kwanz~ [39]
น้องใหม่หัดโพสต์


Ask: -3
Reply: 35


ความคิดเห็นที่: 17
เมื่อ: 18/12/2548 : 21.08น. - IP: 61.47.113.xxx

เราไม่ดูอะ แต่แม่ดู- -a

 

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
amaii [38]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 1
Reply: 480


ความคิดเห็นที่: 18
เมื่อ: 18/12/2548 : 21.12น. - IP: 58.8.184.xxx
ดูๆ หนุกมากเรยอะ อย่างติด
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
ll_lloll_ll [39]
นักโพสต์ขั้นเทพ


Ask: 10
Reply: 2004


ความคิดเห็นที่: 19
เมื่อ: 19/12/2548 : 10.00น. - IP: 192.168.16.xxx

แด.

หาฟามสวยมิได

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
MuSe
ผู้มาเยือน


Email : mew_fullmoon_moonlight@hotmail.com
ความคิดเห็นที่: 20
เมื่อ: 19/12/2548 : 12.01น. - IP: 61.19.219.xxx
กรี๊ดดดด มั่กๆ ชอบสุดๆ
รัก สุดๆ
ติดสุดๆ
ชอบโคตรๆ

แค่เนี้ยพอบรรยายได้ยัง???
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
virus_love [28]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 8
Reply: 287


ความคิดเห็นที่: 21
เมื่อ: 19/12/2548 : 12.26น. - IP: 192.168.1.xxx

เมื่อวานเราไปบ้านอาม๊าที่วัดเพลงมา.

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
SNOOPiE [39]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 13
Reply: 388


ความคิดเห็นที่: 22
เมื่อ: 19/12/2548 : 13.27น. - IP: 192.168.16.xxx


อ้างจาก: MuSe ที่ 19/12/2548 : 12.01น.
กรี๊ดดดด มั่กๆ ชอบสุดๆ
รัก สุดๆ
ติดสุดๆ
ชอบโคตรๆ

แค่เนี้ยพอบรรยายได้ยัง???

ยัง!!! เราไม่เคยดูอ่ะหนุกขนานนั้น??

อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
BLACK EYES [39]
พี่กลางช่วยตอบ


Ask: 4
Reply: 270


ความคิดเห็นที่: 23
เมื่อ: 19/12/2548 : 15.43น. - IP: 58.9.2.xxx
หนุกมาก
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
..
ผู้มาเยือน


ความคิดเห็นที่: 24
เมื่อ: 19/12/2548 : 16.43น. - IP: 58.9.16.xxx
หนุกมาก
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
b boy
ผู้มาเยือน


ความคิดเห็นที่: 25
เมื่อ: 26/12/2548 : 09.13น. - IP: 58.9.142.xxx
สนุกมากได้ข้อคิด นางเอก พระเอก เยินเซ็ง น่ารักกกกกก
อ้างถึง :: แจ้งลบความคิดเห็นนี้ :: ขึ้นข้างบน
หน้า: 1

ฉ Copyright 2003 Bodindecha (Sing Singhaseni) School, All rights reserved.
Developed by : BDZ Team - Credits!